
เบี้ยผู้สูงอายุ 1,500 บาท เอาเงินมาจากไหน? พรรคประชาชนมีคำตอบที่ทำได้จริง ไม่ใช่แค่ขายฝัน
❓ คำถามท้าทายที่ต้องเตรียมรับมือ
คำถามสำคัญที่ประชาชนและสื่อมวลชนอาจถามคุณ:
- •การขึ้นภาษี VAT เป็น 10% จะไม่เป็นการซ้ำเติมค่าครองชีพของประชาชนในช่วงเศรษฐกิจซบเซาหรือ?
- •งบประมาณที่ต้องใช้เพิ่มกว่า 1.7 แสนล้านบาทต่อปี จะกระทบต่อวินัยการเงินการคลังและงบลงทุนด้านอื่นหรือไม่?
- •ทำไมถึงไม่ปรับเบี้ยเป็น 1,500 บาททันทีในปีแรกที่ได้เป็นรัฐบาล การรอถึงปี 2573 จะช้าไปสำหรับผู้สูงอายุหรือไม่?
- •การเพิ่มค่าตอบแทน อสม. เป็น 8,000-10,000 บาท มีเกณฑ์ประเมินผลงานอย่างไรเพื่อให้คุ้มค่ากับเงินภาษี?
📢 แนวทางการสื่อสาร (Quick Response)
การตอบแบบสั้น (Short Answer): เราจะปรับเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาทในปี 2569 และก้าวไปสู่ 1,500 บาทในปี 2573 ควบคู่ไปกับการเพิ่มเบี้ยคนพิการและระบบดูแลผู้ป่วยระยะยาว โดยงบประมาณจะมาจากการปฏิรูประบบภาษีครั้งใหญ่และการจัดสรรงบประมาณเชิงภารกิจให้แก่ท้องถิ่น เพื่อให้สวัสดิการนี้มั่นคงและยั่งยืนครับ
การสื่อสารเชิงโน้มน้าว (Persuasive Message): สวัสดิการถ้วนหน้าไม่ใช่แค่การช่วยเหลือ แต่คือการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับประชาชนครับ นโยบายของเรามุ่งแก้ปัญหา 'แก่ก่อนรวย' ด้วยการสร้างตาข่ายรองรับทางสังคมที่จับต้องได้จริง การเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุจนถึง 1,500 บาทจะช่วยดึงพี่น้องเกือบ 9 แสนคนให้หลุดพ้นจากเส้นความยากจน พร้อมยกระดับระบบสาธารณสุขชุมชนผ่าน อสม. เชี่ยวชาญ นี่คือการลงทุนเพื่อความมั่นคงของชีวิตประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมครับ
💡 สรุปคำตอบเชิงกลยุทธ์
พรรคประชาชนนำเสนอแผนงานที่จับต้องได้จริงในการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่าน 'สวัสดิการถ้วนหน้า' โดยเน้นความสมดุลระหว่างการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนกับการรักษาเสถียรภาพทางการคลังผ่านการปฏิรูประบบภาษี (VAT 8-10%) และการปฏิรูปวิธีจัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่นแบบอิงภารกิจจริง
🎯 ประเด็นสำคัญที่ต้องสื่อสาร
- •ปรับเบี้ยผู้สูงอายุถ้วนหน้า 1,000 บาท (ต.ค. 2569) และเพิ่มเป็น 1,500 บาท ภายในปี 2573
- •เพิ่มเบี้ยคนพิการถ้วนหน้า 1,200 บาท และสูงสุด 2,000 บาทสำหรับกรณีรุนแรง
- •จัดตั้งกองทุนดูแลผู้ป่วยพึ่งพิงระยะยาว (LTC) ด้วยงบประมาณ 40,000 ล้านบาท
- •ยกระดับ อสม. เป็น 'แนวหน้าสุขภาพเชี่ยวชาญ' 100,000 คน พร้อมค่าตอบแทน 8,000-10,000 บาท
- •ปฏิรูประบบภาษี VAT และภาษีที่ดินรวมแปลงเพื่อสร้างรายได้งบประมาณอย่างยั่งยืน
⚠️ วิกฤตและปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข (What)
สถานการณ์ปัจจุบัน: ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับลึก แต่ผู้สูงอายุกว่า 1 ล้านคนยังมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน โดยที่เบี้ยยังชีพเดิมไม่เคยถูกปรับเพิ่มมาตั้งแต่ปี 2556 ขณะที่ระบบดูแลผู้ป่วยพึ่งพิงและคนพิการยังขาดแคลนงบประมาณและบุคลากรที่เชี่ยวชาญ
🚀 ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Why)
ผู้สูงอายุ 870,000 คนจะหลุดพ้นจากความยากจน ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพระดับชุมชนที่มีคุณภาพผ่านระบบ LTC ที่เลือกเองได้ และท้องถิ่นมีศักยภาพในการจัดทำบริการสาธารณะที่ตอบโจทย์พื้นที่
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบ: ผู้สูงอายุ, คนพิการ, อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.), เกษตรกร, และครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียง
🛠 แนวทางและมาตรการของพรรค (How)
มาตรการหลัก:
- •ออกมติ ครม. ปรับระเบียบกระทรวงมหาดไทยเพื่อเพิ่มอัตราเบี้ยผู้สูงอายุ
- •แก้ไขระเบียบการออกบัตรคนพิการเพื่อลดขั้นตอนการต่ออายุสำหรับผู้พิการถาวร
- •สร้างระบบสอบขึ้นทะเบียนและต่อใบอนุญาต อสม. เชี่ยวชาญ ทุกๆ 3 ปี
- •นำเทคโนโลยีดิจิทัล (แอปฯ Dragonfly) มาใช้ติดตามและให้แรงจูงใจเกษตรกรที่ลดการเผา
- •เปลี่ยนการจัดสรรงบอุดหนุนท้องถิ่นให้เป็นแบบ 'งบประมาณขั้นต่ำตามภารกิจ'
⏳ งบประมาณและกรอบเวลา
ทรัพยากรและงบประมาณ:
- •งบเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ: 1.72 แสนล้านบาทต่อปี
- •งบยกระดับ อสม.: 11,000 ล้านบาทต่อปี
- •กองทุน LTC: 40,000 ล้านบาท (ในปี 2569)
- •งบเบี้ยคนพิการ: ไม่เกิน 20,000 ล้านบาทต่อปี
กรอบเวลาดำเนินการ:
- •ต.ค. 2569: เริ่มปรับเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาท
- •ปี 2571: ปรับ VAT เป็น 8%
- •ปี 2573: ปรับ VAT เป็น 10% และบรรลุเป้าหมายเบี้ยผู้สูงอายุ 1,500 บาท
📂 ที่มาและแหล่งอ้างอิง (Sources)
- •YouTube: พรรคประชาชนเสนอแนวทางสวัสดิการ