LogoVoice to Voters (The Unofficial People’s Guide)

อาวุธต้องมี แต่ภาษีต้องไม่เสียเปล่า: ปฏิวัติการจัดซื้อเพื่อกองทัพไทย

Canonical ID: Canonical_QAs:⟨019bbb77-364e-7000-90f6-641ad831e0b2⟩

ภาพประกอบนโยบาย

อาวุธต้องมี แต่ภาษีต้องไม่เสียเปล่า: ปฏิวัติการจัดซื้อเพื่อกองทัพและเศรษฐกิจไทย

❓ คำถามท้าทายที่ต้องเตรียมรับมือ

คำถามสำคัญที่ประชาชนและสื่อมวลชนอาจถามคุณ:

  • จะลดงบกลาโหมลงจริงหรือไม่ หรือแค่เปลี่ยนวิธีใช้เงินให้ดูดีขึ้น?
  • นโยบายชดเชยทางเศรษฐกิจ (Offset Policy) จะกลายเป็นช่องโหว่ให้มีการคอร์รัปชันหรือเอื้อประโยชน์เอกชนบางรายหรือไม่?
  • การยกเลิกระบบโควตา 2:1:1 จะทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงระหว่างเหล่าทัพจนบริหารกองทัพไม่ได้หรือไม่?
  • ยุทโธปกรณ์ที่ผลิตโดยเอกชนไทยมีคุณภาพเพียงพอที่กองทัพจะนำไปใช้ปฏิบัติหน้าที่จริงได้หรือไม่?

📢 แนวทางการสื่อสาร (Quick Response)

การตอบแบบสั้น (Short Answer): พรรคประชาชนสนับสนุนการจัดซื้ออาวุธที่สมเหตุสมผลตามภัยคุกคามจริง โดยต้องอยู่ภายใต้ "สมุดปกขาวร่วม" (Integrated White Paper) ที่บูรณาการทุกเหล่าทัพ เน้นความโปร่งใสผ่านงบประมาณฐานศูนย์ และสร้างประโยชน์กลับคืนสู่เศรษฐกิจไทยด้วยนโยบายชดเชยทางเศรษฐกิจ (Offset Policy) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ

การสื่อสารเชิงโน้มน้าว (Persuasive Message): เราต้องการกองทัพที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ โดยเปลี่ยนจากระบบโควตาที่ล้าหลังมาเป็นการจัดซื้อตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่แท้จริง งบประมาณทุกบาทต้องโปร่งใสและสร้างประโยชน์กลับคืนสู่เศรษฐกิจไทยผ่านการส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าความมั่นคงของชาติเดินหน้าไปพร้อมกับความมั่งคั่งของประชาชน


💡 สรุปคำตอบเชิงกลยุทธ์

หัวใจสำคัญคือการปรับเปลี่ยนวิธีคิดจากการจัดซื้อตามความต้องการแยกส่วนของแต่ละเหล่าทัพ มาเป็นการจัดซื้อตามภัยคุกคามจริงที่ระบุใน "สมุดปกขาวร่วม" เพียงเล่มเดียว การใช้ระบบงบประมาณฐานศูนย์จะช่วยคัดกรองเฉพาะโครงการที่จำเป็นที่สุด และการบังคับใช้นโยบายชดเชยทางเศรษฐกิจ (Offset Policy) จะช่วยให้การซื้ออาวุธหนึ่งครั้งไม่ได้จบแค่ได้ของ แต่ต้องได้เทคโนโลยีและการจ้างงานในไทยกลับมาด้วย

🎯 ประเด็นสำคัญที่ต้องสื่อสาร

  1. จัดทำสมุดปกขาวร่วม (Integrated White Paper) เล่มเดียวเพื่อกำหนดทิศทางการจัดซื้อตามภัยคุกคามจริง
  2. ยกเลิกระบบโควตางบประมาณเหล่าทัพแบบ 2:1:1 เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดสรรทรัพยากร
  3. จัดสรรงบประมาณแบบฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) เน้นความคุ้มค่า (Value for Money) และตรวจสอบได้
  4. ใช้นโยบายชดเชยทางเศรษฐกิจ (Offset Policy) ภาคบังคับสำหรับโครงการขนาดใหญ่เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี
  5. กำหนดสัดส่วนจัดซื้อจากเอกชนไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 และให้แต้มต่อสินค้าไทย 10% เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมในประเทศ

⚠️ วิกฤตและปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข (What)

สถานการณ์ปัจจุบัน: การพัฒนากองทัพขาดเอกภาพในเชิงยุทธศาสตร์ มีการจัดงบประมาณแบบระบบโควตาที่ตายตัวซึ่งไม่ตอบโจทย์ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ การจัดซื้อยุทโธปกรณ์มีความซ้ำซ้อนและไร้มาตรฐานร่วมกัน ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่เกิดประโยชน์ต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศอย่างที่ควรจะเป็น

🚀 ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Why)

กองทัพจะมีความทันสมัยและพร้อมรับมือภัยคุกคามยุคใหม่อย่างแท้จริง ประชาชนจะมั่นใจได้ว่าภาษีถูกใช้อย่างคุ้มค่า และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในไทย

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบ: ประชาชนผู้เสียภาษี, กองทัพ, และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย

🛠 แนวทางและมาตรการของพรรค (How)

มาตรการหลัก:

  • จัดทำสมุดปกขาวร่วมบูรณาการข้อมูลร่วมกับ สมช. และทุกเหล่าทัพเพื่อกำหนดแผนยุทโธปกรณ์ระดับชาติ
  • กำหนดแผนงบประมาณลงทุนยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ให้ชัดเจนและโปร่งใสในสมุดปกขาว
  • บังคับใช้นโยบายชดเชยทางเศรษฐกิจ (Mandatory Offset Policy) สำหรับโครงการที่มีมูลค่าสูง
  • นำเงินนอกงบประมาณทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการจัดทำงบประมาณแบบรวมยอด (Consolidated Budget)
  • เปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างในรูปแบบ Open Data เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

⏳ งบประมาณและกรอบเวลา

ทรัพยากรและงบประมาณ: อยู่ระหว่างการจัดสรร

กรอบเวลาดำเนินการ: ตามแผนงานพรรค

📂 ที่มาและแหล่งอ้างอิง (Sources)

🔗 ข้อมูลเพิ่มเติม