
อาวุธต้องมี แต่ภาษีต้องไม่เสียเปล่า: ปฏิวัติการจัดซื้อเพื่อกองทัพและเศรษฐกิจไทย
❓ คำถามท้าทายที่ต้องเตรียมรับมือ
คำถามสำคัญที่ประชาชนและสื่อมวลชนอาจถามคุณ:
- •จะลดงบกลาโหมลงจริงหรือไม่ หรือแค่เปลี่ยนวิธีใช้เงินให้ดูดีขึ้น?
- •นโยบายชดเชยทางเศรษฐกิจ (Offset Policy) จะกลายเป็นช่องโหว่ให้มีการคอร์รัปชันหรือเอื้อประโยชน์เอกชนบางรายหรือไม่?
- •การยกเลิกระบบโควตา 2:1:1 จะทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงระหว่างเหล่าทัพจนบริหารกองทัพไม่ได้หรือไม่?
- •ยุทโธปกรณ์ที่ผลิตโดยเอกชนไทยมีคุณภาพเพียงพอที่กองทัพจะนำไปใช้ปฏิบัติหน้าที่จริงได้หรือไม่?
📢 แนวทางการสื่อสาร (Quick Response)
การตอบแบบสั้น (Short Answer): พรรคประชาชนสนับสนุนการจัดซื้ออาวุธที่สมเหตุสมผลตามภัยคุกคามจริง โดยต้องอยู่ภายใต้ "สมุดปกขาวร่วม" (Integrated White Paper) ที่บูรณาการทุกเหล่าทัพ เน้นความโปร่งใสผ่านงบประมาณฐานศูนย์ และสร้างประโยชน์กลับคืนสู่เศรษฐกิจไทยด้วยนโยบายชดเชยทางเศรษฐกิจ (Offset Policy) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ
การสื่อสารเชิงโน้มน้าว (Persuasive Message): เราต้องการกองทัพที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ โดยเปลี่ยนจากระบบโควตาที่ล้าหลังมาเป็นการจัดซื้อตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่แท้จริง งบประมาณทุกบาทต้องโปร่งใสและสร้างประโยชน์กลับคืนสู่เศรษฐกิจไทยผ่านการส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าความมั่นคงของชาติเดินหน้าไปพร้อมกับความมั่งคั่งของประชาชน
💡 สรุปคำตอบเชิงกลยุทธ์
หัวใจสำคัญคือการปรับเปลี่ยนวิธีคิดจากการจัดซื้อตามความต้องการแยกส่วนของแต่ละเหล่าทัพ มาเป็นการจัดซื้อตามภัยคุกคามจริงที่ระบุใน "สมุดปกขาวร่วม" เพียงเล่มเดียว การใช้ระบบงบประมาณฐานศูนย์จะช่วยคัดกรองเฉพาะโครงการที่จำเป็นที่สุด และการบังคับใช้นโยบายชดเชยทางเศรษฐกิจ (Offset Policy) จะช่วยให้การซื้ออาวุธหนึ่งครั้งไม่ได้จบแค่ได้ของ แต่ต้องได้เทคโนโลยีและการจ้างงานในไทยกลับมาด้วย
🎯 ประเด็นสำคัญที่ต้องสื่อสาร
- •จัดทำสมุดปกขาวร่วม (Integrated White Paper) เล่มเดียวเพื่อกำหนดทิศทางการจัดซื้อตามภัยคุกคามจริง
- •ยกเลิกระบบโควตางบประมาณเหล่าทัพแบบ 2:1:1 เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดสรรทรัพยากร
- •จัดสรรงบประมาณแบบฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) เน้นความคุ้มค่า (Value for Money) และตรวจสอบได้
- •ใช้นโยบายชดเชยทางเศรษฐกิจ (Offset Policy) ภาคบังคับสำหรับโครงการขนาดใหญ่เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี
- •กำหนดสัดส่วนจัดซื้อจากเอกชนไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 และให้แต้มต่อสินค้าไทย 10% เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมในประเทศ
⚠️ วิกฤตและปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข (What)
สถานการณ์ปัจจุบัน: การพัฒนากองทัพขาดเอกภาพในเชิงยุทธศาสตร์ มีการจัดงบประมาณแบบระบบโควตาที่ตายตัวซึ่งไม่ตอบโจทย์ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ การจัดซื้อยุทโธปกรณ์มีความซ้ำซ้อนและไร้มาตรฐานร่วมกัน ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่เกิดประโยชน์ต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศอย่างที่ควรจะเป็น
🚀 ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Why)
กองทัพจะมีความทันสมัยและพร้อมรับมือภัยคุกคามยุคใหม่อย่างแท้จริง ประชาชนจะมั่นใจได้ว่าภาษีถูกใช้อย่างคุ้มค่า และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในไทย
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบ: ประชาชนผู้เสียภาษี, กองทัพ, และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย
🛠 แนวทางและมาตรการของพรรค (How)
มาตรการหลัก:
- •จัดทำสมุดปกขาวร่วมบูรณาการข้อมูลร่วมกับ สมช. และทุกเหล่าทัพเพื่อกำหนดแผนยุทโธปกรณ์ระดับชาติ
- •กำหนดแผนงบประมาณลงทุนยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ให้ชัดเจนและโปร่งใสในสมุดปกขาว
- •บังคับใช้นโยบายชดเชยทางเศรษฐกิจ (Mandatory Offset Policy) สำหรับโครงการที่มีมูลค่าสูง
- •นำเงินนอกงบประมาณทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการจัดทำงบประมาณแบบรวมยอด (Consolidated Budget)
- •เปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างในรูปแบบ Open Data เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
⏳ งบประมาณและกรอบเวลา
ทรัพยากรและงบประมาณ: อยู่ระหว่างการจัดสรร
กรอบเวลาดำเนินการ: ตามแผนงานพรรค
📂 ที่มาและแหล่งอ้างอิง (Sources)
🔗 ข้อมูลเพิ่มเติม
- •กองทัพทันสมัย: https://election69.peoplesparty.or.th/policy/2/B-1
- •สมุดปกขาว-ยุทธศาสตร์พัฒนากองทัพ: https://election69.peoplesparty.or.th/policy/4/B-1-3-01
- •ส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ: https://election69.peoplesparty.or.th/policy/4/B-1-3-04
- •หยุดงบประมาณรั่วไหล: https://election69.peoplesparty.or.th/policy/3/A-3-1