
หยุดงบละลายแม่น้ำ เปลี่ยนภาษีให้เป็นสวัสดิการที่กินได้จริง
❓ คำถามท้าทายที่ต้องเตรียมรับมือ
คำถามสำคัญที่ประชาชนและสื่อมวลชนอาจถามคุณ:
- •งบประมาณแบบฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) ทำได้จริงในระบบราชการที่ซับซ้อนของไทยหรือไม่?
- •การตัดงบประมาณส่วนเกินจะนำไปสู่ความขัดแย้งกับหน่วยงานราชการและกองทัพหรือไม่?
- •โครงการบ้านประชาชน 1 ล้านหลัง เป็นเพียงการขายฝันหรือมีแหล่งงบประมาณรองรับที่ชัดเจน?
- •มาตรการแก้หนี้ทหารชั้นผู้น้อยจะได้รับการยอมรับจากผู้บังคับบัญชาในกองทัพอย่างไร?
📢 แนวทางการสื่อสาร (Quick Response)
การตอบแบบสั้น (Short Answer): เราปฏิรูปงบประมาณด้วยระบบฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) เพื่อล้างงบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพและนำเงินภาษีทุกบาทกลับมาสร้างสวัสดิการที่ประชาชนสัมผัสได้จริง เช่น การมีบ้านมั่นคง การลดค่าไฟฟ้าด้วยโซลาร์เซลล์ และการยกระดับระบบสาธารณสุขให้เข้มแข็งขึ้น
การสื่อสารเชิงโน้มน้าว (Persuasive Message): เราไม่ได้แค่ต้องการตัดงบประมาณ แต่เราต้องการ 'ปฏิรูป' เพื่อให้ทุกบาทของภาษีประชาชนกลับไปสร้างอนาคตที่ดีกว่า จากการเปลี่ยนหลังคาบ้านเป็นรายได้ผ่านโซลาร์เซลล์ ไปจนถึงการมีบ้านมั่นคงและการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ พรรคประชาชนกล้าที่จะปรับลดงบประมาณส่วนเกินที่ไม่จำเป็น เพื่อนำมาสร้างตาข่ายรองรับทางสังคมที่เข้มแข็ง เพราะเราเชื่อว่าความมั่นคงที่แท้จริงเริ่มต้นจากชีวิตที่มั่นคงของประชาชนทุกคน
💡 สรุปคำตอบเชิงกลยุทธ์
พรรคประชาชนมุ่งเน้นการพลิกโฉมการจัดสรรงบประมาณจากการทำแบบเดิมที่ยึดงบปีเก่าเป็นที่ตั้ง (Incremental Budgeting) ไปสู่ระบบฐานศูนย์ (Zero-based) ที่ทุกบาทต้องมีเหตุผลความจำเป็นใหม่ทุกปี เพื่อนำงบที่รั่วไหลหรือไม่มีประสิทธิภาพกลับมาสร้างสวัสดิการถ้วนหน้า ทั้งด้านที่อยู่อาศัย พลังงาน และสาธารณสุข โดยยึดหลักวินัยการคลังที่เข้มแข็ง
🎯 ประเด็นสำคัญที่ต้องสื่อสาร
- •จัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
- •เป้าหมายสร้างบ้านประชาชน 1 ล้านหลังภายใน 4 ปี พร้อมอุดหนุนค่าเช่าและดอกเบี้ย
- •เปลี่ยนประชาชนจากผู้ใช้ไฟเป็นผู้ผลิตด้วยระบบ Net Billing และสินเชื่อผ่านบิลค่าไฟ
- •เพิ่มงบประมาณสปสช. 17,000 ล้านบาท และปรับระบบเบิกจ่ายให้รวดเร็ว
- •แก้หนี้ทหารชั้นผู้น้อย บังคับเกณฑ์เงินเดือนเหลือสุทธิไม่ต่ำกว่า 30% หรือ 9,000 บาท
- •สนับสนุนเกษตรกร 60,000 รายด้วยคูปองแปรรูปสินค้า 50,000 บาทต่อราย
- •ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจัดการน้ำลุ่มน้ำเพื่อเพิ่มการระบาย 500 ลบ.ม./วินาที ภายใน 4 ปี
⚠️ วิกฤตและปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข (What)
สถานการณ์ปัจจุบัน: โครงสร้างงบประมาณปัจจุบันมีความไม่ยืดหยุ่นและมีงบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพจำนวนมาก ในขณะที่ประชาชนเผชิญความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสวัสดิการพื้นฐาน เช่น ค่าไฟฟ้าที่สูงเกินจริง ภาระหนี้สินเรื้อรังทั้งในเกษตรกรและทหารชั้นผู้น้อย รวมถึงความแออัดของระบบสาธารณสุขและปัญหาที่อยู่อาศัย
🚀 ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Why)
ประชาชนจะมีภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและที่อยู่อาศัยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เกษตรกรมีเครื่องมือในการเพิ่มมูลค่าสินค้า ทหารชั้นผู้น้อยได้รับความเป็นธรรมและมีศักดิ์ศรีในอาชีพ และระบบสาธารณสุขไทยจะมีความมั่นคงและมีคุณภาพมากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มภาระการคลังเกินตัว
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบ: ประชาชนรายได้น้อยถึงปานกลาง, ข้าราชการทหารชั้นผู้น้อย, เกษตรกรรายย่อย, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
🛠 แนวทางและมาตรการของพรรค (How)
มาตรการหลัก:
- •เพิ่มโควตารับซื้อไฟฟ้าโซลาร์ภาคประชาชนทันที 1,500 เมกะวัตต์
- •อุดหนุนค่าเช่าบ้าน 50% (ไม่เกิน 1,000 บาท/เดือน) สำหรับ 500,000 ครัวเรือน
- •ออกระเบียบกองทัพให้การหักเงินเดือนชำระหนี้ต้องเหลือเงินไม่น้อยกว่า 9,000 บาท
- •แก้ไข พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพฯ ปรับสัดส่วนคณะกรรมการและเพิ่มงบคุณภาพ 17,000 ล้านบาท
- •จัดสรรคูปองแปรรูปเกษตร 50,000 บาท จำนวน 60,000 ราย
- •ปรับสูตรเงินอุดหนุนท้องถิ่นเป็น 'งบประมาณขั้นต่ำตามภารกิจ'
- •ยกระดับการระบายน้ำลุ่มน้ำและส่งเสริมการ 'Living with Water' ในพื้นที่รับน้ำ
⏳ งบประมาณและกรอบเวลา
ทรัพยากรและงบประมาณ:
- •งบอุดหนุนค่าเช่า: 3,000 ล้านบาท/ปี
- •งบสินเชื่อบ้าน: 19,250 ล้านบาท/ปี
- •งบสปสช. เพิ่มเติม: 17,000 ล้านบาท
- •งบคูปองเกษตร: 3,000 ล้านบาท
กรอบเวลาดำเนินการ:
- •ระยะสั้น (ปี 2569): เร่งจัดการน้ำท่วมและแก้หนี้ทหาร
- •ระยะกลาง (ปี 2570-2571): ดำเนินโครงการคูปองแปรรูปเกษตร
- •ระยะยาว (4 ปี): โครงการบ้านประชาชน 1 ล้านหลังและการจัดการน้ำลุ่มน้ำทั้งระบบ