LogoVoice to Voters (The Unofficial People’s Guide)

เมื่อพ่อแม่แก่ตัวลง... ใครจะช่วยคุณดูแล? เปลี่ยนภาระเป็นสวัสดิการที่มีเกียรติ

Canonical ID: Canonical_QAs:⟨019bbb5a-4a01-7000-8a94-e5f369cc709b⟩

ภาพประกอบนโยบาย

เมื่อคนไทยแก่ตัวลง... ใครจะดูแล? พลิกวิกฤตสังคมสูงวัยสู่การสร้างงาน 100,000 ตำแหน่ง

❓ คำถามท้าทายที่ต้องเตรียมรับมือ

คำถามสำคัญที่ประชาชนและสื่อมวลชนอาจถามคุณ:

  • งบประมาณกว่าแสนล้านต่อปี จะเอาเงินมาจากไหน ไม่กลัวประเทศถังแตกหรือ?
  • การจ่ายเงิน อสม. ตามภาระงานจริง จะกลายเป็นการกดดันหรือลดรายได้ของอาสาสมัครส่วนใหญ่หรือไม่?
  • สิทธิลา 15 วัน นายจ้างจะยอมไหม? จะกลายเป็นการผลักภาระให้ภาคธุรกิจจนเลิกจ้างคนที่มีครอบครัวหรือไม่?
  • ระบบ Voucher จะยุ่งยากเกินไปสำหรับผู้สูงอายุในชนบทที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีหรือไม่?

📢 แนวทางการสื่อสาร (Quick Response)

การตอบแบบสั้น (Short Answer): ยกระดับ อสม. และสร้างผู้ดูแลมืออาชีพรวม 100,000 ตำแหน่ง พร้อมระบบค่าตอบแทนตามภาระงานจริงและเงินสนับสนุนผู้ดูแลในครอบครัว

การสื่อสารเชิงโน้มน้าว (Persuasive Message): เรากำลังเปลี่ยนภาระการดูแลผู้สูงอายุให้เป็นอาชีพที่มีเกียรติและมั่นคง ด้วยการสร้างงานแนวหน้าสุขภาพ 100,000 ตำแหน่ง เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับความดูแลที่มีมาตรฐานจากผู้เชี่ยวชาญ ในขณะที่ครอบครัวและลูกหลานจะได้รับสวัสดิการสนับสนุน ทั้งในรูปแบบเงินช่วยเหลือผู้ดูแลและการลาไปดูแลคนที่รักโดยไม่ต้องกังวลเรื่องรายได้ เพื่อให้สังคมไทยก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพและเท่าเทียม


💡 สรุปคำตอบเชิงกลยุทธ์

พรรคประชาชนมุ่งเน้นการเปลี่ยนระบบการดูแลผู้สูงอายุจาก 'ภาระของลูกหลาน' เป็น 'สวัสดิการของรัฐ' โดยการสร้างระบบการดูแลระยะยาว (LTC) ที่มีมาตรฐานสากล ด้วยการสร้างบุคลากรเฉพาะทาง 100,000 ตำแหน่ง และใช้ระบบ Voucher เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการเลือกผู้ดูแล พร้อมทั้งคุ้มครองสิทธิแรงงานในการดูแลคนในครอบครัว

🎯 ประเด็นสำคัญที่ต้องสื่อสาร

  1. สร้างแนวหน้าสุขภาพเฉพาะทาง 100,000 ตำแหน่ง (รวม Caregiver 70,000 คน)
  2. ยกระดับ อสม. เชี่ยวชาญ มีรายได้ 8,000-10,000 บาท/เดือน จ่ายตามงานจริง
  3. ระบบเครดิต/วอยเชอร์ (Vouchers) ให้ผู้ป่วยเลือกผู้ดูแลหรือเงินสนับสนุนครอบครัวได้
  4. สิทธิลาไปดูแลคนที่รัก (พ่อ แม่ พี่น้อง คู่สมรส บุตร) 15 วันต่อปี
  5. เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาท (ปี 2569) และ 1,500 บาท (ปี 2573)

⚠️ วิกฤตและปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข (What)

สถานการณ์ปัจจุบัน: ไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับลึก แต่ขาดระบบการดูแลระยะยาว (LTC) ที่มีมาตรฐาน โครงสร้างครอบครัวที่เล็กลงทำให้ขาดคนดูแล และ อสม. ระบบเดิมไม่มีทักษะเฉพาะทางเพียงพอต่อโรคซับซ้อน ทำให้ภาระตกหนักที่ครอบครัวและระบบโรงพยาบาล

🚀 ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Why)

ผู้สูงยากจน 870,000 คนพ้นเส้นความยากจน ประชาชนเข้าถึงบริการ LTC ที่มีมาตรฐาน และเกิดการสร้างงานเฉพาะทางในชุมชน 100,000 ตำแหน่ง ช่วยลดภาระทางเศรษฐกิจและจิตใจของวัยแรงงาน

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบ: ผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิง, ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.), ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ, และแรงงานที่ต้องรับภาระดูแลคนในครอบครัว

🛠 แนวทางและมาตรการของพรรค (How)

มาตรการหลัก:

  • ตั้งกองทุนดูแลผู้ป่วยพึ่งพิงระยะยาวใหม่ (LTC Fund) ในรูปแบบ Patient Vouchers/Credits
  • ปรับระเบียบค่าตอบแทน อสม. เชี่ยวชาญ เป็นแบบ Pay for Performance ผ่านกองทุนสุขภาพท้องถิ่น
  • อุดหนุนงบประมาณ 15,000 ล้านบาท/ปี เพื่อเพิ่มกำลังคนใน รพ.สต. และแนวหน้าสุขภาพ
  • แก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน เพื่อเพิ่มสิทธิลาไปดูแลคนที่รัก 15 วัน/ปี และทำงาน 40 ชม./สัปดาห์
  • จัดทำระบบสอบขึ้นทะเบียนและต่ออายุ อสม. เชี่ยวชาญ ทุก 3 ปี เพื่อประกันคุณภาพ

⏳ งบประมาณและกรอบเวลา

ทรัพยากรและงบประมาณ:

  • งบประมาณกองทุน LTC ประมาณ 40,000 ล้านบาทในปี 2569
  • งบปฏิรูป อสม. 11,000 ล้านบาท/ปี
  • งบเบี้ยผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น 1.72 แสนล้านบาท/ปี

กรอบเวลาดำเนินการ:

  • เริ่มปรับเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาทในเดือนตุลาคม 2569 และขยายเป็น 1,500 บาทภายในปี 2573
  • ตั้งกองทุน LTC ภายในปี 2569

📂 ที่มาและแหล่งอ้างอิง (Sources)

🔗 ข้อมูลเพิ่มเติม