
เมื่อคนไทยแก่ตัวลง... ใครจะดูแล? พลิกวิกฤตสังคมสูงวัยสู่การสร้างงาน 100,000 ตำแหน่ง
❓ คำถามท้าทายที่ต้องเตรียมรับมือ
คำถามสำคัญที่ประชาชนและสื่อมวลชนอาจถามคุณ:
- •งบประมาณกว่าแสนล้านต่อปี จะเอาเงินมาจากไหน ไม่กลัวประเทศถังแตกหรือ?
- •การจ่ายเงิน อสม. ตามภาระงานจริง จะกลายเป็นการกดดันหรือลดรายได้ของอาสาสมัครส่วนใหญ่หรือไม่?
- •สิทธิลา 15 วัน นายจ้างจะยอมไหม? จะกลายเป็นการผลักภาระให้ภาคธุรกิจจนเลิกจ้างคนที่มีครอบครัวหรือไม่?
- •ระบบ Voucher จะยุ่งยากเกินไปสำหรับผู้สูงอายุในชนบทที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีหรือไม่?
📢 แนวทางการสื่อสาร (Quick Response)
การตอบแบบสั้น (Short Answer): ยกระดับ อสม. และสร้างผู้ดูแลมืออาชีพรวม 100,000 ตำแหน่ง พร้อมระบบค่าตอบแทนตามภาระงานจริงและเงินสนับสนุนผู้ดูแลในครอบครัว
การสื่อสารเชิงโน้มน้าว (Persuasive Message): เรากำลังเปลี่ยนภาระการดูแลผู้สูงอายุให้เป็นอาชีพที่มีเกียรติและมั่นคง ด้วยการสร้างงานแนวหน้าสุขภาพ 100,000 ตำแหน่ง เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับความดูแลที่มีมาตรฐานจากผู้เชี่ยวชาญ ในขณะที่ครอบครัวและลูกหลานจะได้รับสวัสดิการสนับสนุน ทั้งในรูปแบบเงินช่วยเหลือผู้ดูแลและการลาไปดูแลคนที่รักโดยไม่ต้องกังวลเรื่องรายได้ เพื่อให้สังคมไทยก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพและเท่าเทียม
💡 สรุปคำตอบเชิงกลยุทธ์
พรรคประชาชนมุ่งเน้นการเปลี่ยนระบบการดูแลผู้สูงอายุจาก 'ภาระของลูกหลาน' เป็น 'สวัสดิการของรัฐ' โดยการสร้างระบบการดูแลระยะยาว (LTC) ที่มีมาตรฐานสากล ด้วยการสร้างบุคลากรเฉพาะทาง 100,000 ตำแหน่ง และใช้ระบบ Voucher เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการเลือกผู้ดูแล พร้อมทั้งคุ้มครองสิทธิแรงงานในการดูแลคนในครอบครัว
🎯 ประเด็นสำคัญที่ต้องสื่อสาร
- •สร้างแนวหน้าสุขภาพเฉพาะทาง 100,000 ตำแหน่ง (รวม Caregiver 70,000 คน)
- •ยกระดับ อสม. เชี่ยวชาญ มีรายได้ 8,000-10,000 บาท/เดือน จ่ายตามงานจริง
- •ระบบเครดิต/วอยเชอร์ (Vouchers) ให้ผู้ป่วยเลือกผู้ดูแลหรือเงินสนับสนุนครอบครัวได้
- •สิทธิลาไปดูแลคนที่รัก (พ่อ แม่ พี่น้อง คู่สมรส บุตร) 15 วันต่อปี
- •เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาท (ปี 2569) และ 1,500 บาท (ปี 2573)
⚠️ วิกฤตและปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข (What)
สถานการณ์ปัจจุบัน: ไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับลึก แต่ขาดระบบการดูแลระยะยาว (LTC) ที่มีมาตรฐาน โครงสร้างครอบครัวที่เล็กลงทำให้ขาดคนดูแล และ อสม. ระบบเดิมไม่มีทักษะเฉพาะทางเพียงพอต่อโรคซับซ้อน ทำให้ภาระตกหนักที่ครอบครัวและระบบโรงพยาบาล
🚀 ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Why)
ผู้สูงยากจน 870,000 คนพ้นเส้นความยากจน ประชาชนเข้าถึงบริการ LTC ที่มีมาตรฐาน และเกิดการสร้างงานเฉพาะทางในชุมชน 100,000 ตำแหน่ง ช่วยลดภาระทางเศรษฐกิจและจิตใจของวัยแรงงาน
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบ: ผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิง, ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.), ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ, และแรงงานที่ต้องรับภาระดูแลคนในครอบครัว
🛠 แนวทางและมาตรการของพรรค (How)
มาตรการหลัก:
- •ตั้งกองทุนดูแลผู้ป่วยพึ่งพิงระยะยาวใหม่ (LTC Fund) ในรูปแบบ Patient Vouchers/Credits
- •ปรับระเบียบค่าตอบแทน อสม. เชี่ยวชาญ เป็นแบบ Pay for Performance ผ่านกองทุนสุขภาพท้องถิ่น
- •อุดหนุนงบประมาณ 15,000 ล้านบาท/ปี เพื่อเพิ่มกำลังคนใน รพ.สต. และแนวหน้าสุขภาพ
- •แก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน เพื่อเพิ่มสิทธิลาไปดูแลคนที่รัก 15 วัน/ปี และทำงาน 40 ชม./สัปดาห์
- •จัดทำระบบสอบขึ้นทะเบียนและต่ออายุ อสม. เชี่ยวชาญ ทุก 3 ปี เพื่อประกันคุณภาพ
⏳ งบประมาณและกรอบเวลา
ทรัพยากรและงบประมาณ:
- •งบประมาณกองทุน LTC ประมาณ 40,000 ล้านบาทในปี 2569
- •งบปฏิรูป อสม. 11,000 ล้านบาท/ปี
- •งบเบี้ยผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น 1.72 แสนล้านบาท/ปี
กรอบเวลาดำเนินการ:
- •เริ่มปรับเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาทในเดือนตุลาคม 2569 และขยายเป็น 1,500 บาทภายในปี 2573
- •ตั้งกองทุน LTC ภายในปี 2569
📂 ที่มาและแหล่งอ้างอิง (Sources)
- •Facebook (https://www.facebook.com)