
จะปล่อยให้ผู้สูงอายุรอคิวจนสายเกินไป หรือจะยกโรงพยาบาลไปไว้ที่บ้านพวกเขา?
❓ คำถามท้าทายที่ต้องเตรียมรับมือ
คำถามสำคัญที่ประชาชนและสื่อมวลชนอาจถามคุณ:
- •อสม. จะทำไหวไหม ภาระงานเยอะขึ้นแต่ค่าตอบแทนคุ้มค่าจริงหรือ?
- •งบลงทุนเครื่องมือแพทย์ 30,000 ล้านบาท จะนำงบประมาณมาจากส่วนใด?
- •เทคโนโลยี Telemedicine ผู้สูงอายุในพื้นที่ห่างไกลจะเข้าถึงและใช้งานได้จริงหรือ?
- •จะจัดการความปลอดภัยของข้อมูลสุขภาพดิจิทัลและการใช้ AI วินิจฉัยโรคอย่างไรให้แม่นยำ?
📢 แนวทางการสื่อสาร (Quick Response)
การตอบแบบสั้น (Short Answer): เราจะปฏิรูป อสม. เป็น 'แนวหน้าสุขภาพ' 1 แสนตำแหน่ง ใช้ Telemedicine ดูแลผู้สูงอายุถึงบ้าน พร้อมลงทุน 3 หมื่นล้านบาทเติมเครื่องมือแพทย์และ AI เพื่อลดภาระบุคลากรและเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา
การสื่อสารเชิงโน้มน้าว (Persuasive Message): เราจะเปลี่ยนบ้านให้เป็นโรงพยาบาลที่อบอุ่นด้วยนโยบาย 'แนวหน้าสุขภาพ' ที่ส่งเทคโนโลยีทันสมัยตรงถึงมือผู้สูงอายุ พรรคประชาชนเชื่อว่าเทคโนโลยีต้องถูกนำมาใช้เพื่อคืนศักดิ์ศรีให้ประชาชน เราจะไม่ปล่อยให้ผู้สูงอายุลำบากเดินทางไกล แต่จะใช้ระบบดิจิทัลเชื่อมต่อการรักษากับผู้เชี่ยวชาญ พร้อมสร้างระบบสวัสดิการที่ยืดหยุ่นให้คุณเลือกได้เอง เพราะสุขภาพดีเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนต้องเข้าถึงอย่างเท่าเทียม
💡 สรุปคำตอบเชิงกลยุทธ์
พรรคประชาชนมุ่งเน้นการปฏิรูประบบสุขภาพปฐมภูมิโดยการยกระดับ รพ.สต. และ อสม. สู่การเป็นด่านหน้าที่มีมาตรฐาน ใช้เทคโนโลยีการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) และอุปกรณ์ตรวจวัดดิจิทัลเพื่อติดตามอาการผู้ป่วยถึงบ้าน ร่วมกับการจัดตั้งกองทุน Long Term Care ในรูปแบบเวาเชอร์ที่ให้ประชาชนมีอำนาจเลือกบริการที่เหมาะสมกับตนเอง และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อความเท่าเทียมทางสาธารณสุขทั่วประเทศ
🎯 ประเด็นสำคัญที่ต้องสื่อสาร
- •ยกระดับ อสม. 100,000 ตำแหน่ง เป็น 'แนวหน้าสุขภาพ' พร้อมค่าตอบแทน 8,000-10,000 บาท/เดือน ตามภาระงาน
- •นำเทคโนโลยี Telemedicine และอุปกรณ์พกพาเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพจากบ้านสู่โรงพยาบาลแบบเรียลไทม์
- •จัดตั้งกองทุนดูแลผู้ป่วยพึ่งพิงระยะยาว (LTC) ปี 2569 งบ 40,000 ล้านบาท ในรูปแบบ Patient Vouchers
- •ลงทุน 30,000 ล้านบาทใน 4 ปี เพื่อเติมเครื่องมือแพทย์และระบบ AI ช่วยวินิจฉัยเพื่อลดภาระงานบุคลากร
- •พัฒนา รพ.สต. 5,000 แห่ง ให้มีห้องกายภาพบำบัดและคลังอุปกรณ์การแพทย์หมุนเวียนในทุกอำเภอ
⚠️ วิกฤตและปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข (What)
สถานการณ์ปัจจุบัน: ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสังคมสูงวัยระดับลึกและจำนวนผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่พุ่งสูงขึ้น ในขณะที่ระบบสุขภาพปฐมภูมิขาดแคลนงบประมาณและเครื่องมือที่ทันสมัย ทำให้บุคลากรมีภาระงานล้นมือ และประชาชนในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพได้ยาก
🚀 ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Why)
ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงจะได้รับการดูแลที่รวดเร็วและแม่นยำถึงบ้าน ช่วยลดภาระค่าเดินทางและลดความแออัดในโรงพยาบาลใหญ่ พร้อมทั้งยกระดับศักดิ์ศรีและรายได้ของบุคลากรสาธารณสุขชุมชนให้มั่นคง
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบ: ผู้สูงอายุ, ผู้ป่วยติดเตียง, ผู้ป่วย NCDs, อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.), และบุคลากรทางการแพทย์
🛠 แนวทางและมาตรการของพรรค (How)
มาตรการหลัก:
- •ปรับปรุงโครงสร้าง อสม. เป็นแนวหน้าสุขภาพ พร้อมระบบฝึกอบรมและสอบขึ้นทะเบียนมาตรฐานทุก 3 ปี
- •ใช้ระบบ Patient Vouchers/Credits ให้ผู้ป่วยเลือกบริการดูแล (Home Care/Daycare) ได้ตามความพึงพอใจ
- •ลงทุนพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบข้อมูลสุขภาพและ AI ทางการแพทย์เพื่อลดงานเอกสารให้บุคลากร
- •จัดตั้งธนาคารอุปกรณ์การแพทย์ร่วมกับสถาบันอาชีวศึกษาเพื่อการยืม-คืนอุปกรณ์ที่จำเป็น
- •ผลักดันการถ่ายโอน รพ.สต. ให้เป็นหน่วยบริการที่มีบุคลากรสหวิชาชีพครบถ้วน
⏳ งบประมาณและกรอบเวลา
ทรัพยากรและงบประมาณ:
- •งบลงทุนเครื่องมือแพทย์ 30,000 ล้านบาท (ผูกพัน 4 ปี)
- •งบกองทุน LTC 40,000 ล้านบาท (ภายในปี 2569)
- •งบปฏิรูประบบ อสม. ประมาณ 11,000 ล้านบาทต่อปี
กรอบเวลาดำเนินการ:
- •ถ่ายโอน รพ.สต. ให้ครบ 80% ภายใน 4 ปี
- •ลงทุนเครื่องมือแพทย์และเทคโนโลยีให้เสร็จสิ้นภายใน 4 ปี
- •ยกระดับเบี้ยผู้สูงอายุและสวัสดิการสุขภาพเต็มรูปแบบภายในปี 2573
📂 ที่มาและแหล่งอ้างอิง (Sources)
- •Facebook: https://www.facebook.com
- •เว็บไซต์นโยบายพรรคประชาชน: https://election69.peoplesparty.or.th