LogoVoice to Voters (The Unofficial People’s Guide)

แก่ไปใครจะดูแล? พรรคประชาชนเสนอทางออกวิกฤตสุขภาพและสังคมสูงวัย

Canonical ID: Canonical_QAs:⟨019bbb57-48ef-7000-be7b-68175aad5e52⟩

ภาพประกอบนโยบาย

แก่ไปใครจะดูแล? เมื่อระบบสุขภาพไทยกำลังล่มสลายจากวิกฤตสังคมสูงวัย

❓ คำถามท้าทายที่ต้องเตรียมรับมือ

คำถามสำคัญที่ประชาชนและสื่อมวลชนอาจถามคุณ:

  • งบประมาณกองทุนดูแลระยะยาว 40,000 ล้านบาท จะนำมาจากไหนโดยไม่กระทบวินัยการเงินการคลัง?
  • การเปลี่ยน อสม. เป็น 'แนวหน้าสุขภาพ' มืออาชีพ จะเป็นการทำลายจิตวิญญาณงานอาสาสมัครเดิมหรือไม่?
  • ระบบวอยเชอร์ (Voucher) จะทำให้เงินรัฐไหลไปสู่กลุ่มทุนสถานดูแลผู้สูงอายุเอกชนเพียงอย่างเดียวหรือไม่?
  • สิทธิลา 15 วันเพื่อดูแลคนรัก จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของ SME และภาคธุรกิจมากน้อยเพียงใด?

📢 แนวทางการสื่อสาร (Quick Response)

การตอบแบบสั้น (Short Answer): เราจะยกระดับ อสม. เป็น 'แนวหน้าสุขภาพ' มืออาชีพ 100,000 ตำแหน่ง พร้อมจัดตั้งกองทุนดูแลระยะยาว (LTC) 40,000 ล้านบาท และเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,500 บาท เพื่อเปลี่ยนภาระของครอบครัวให้เป็นความรับผิดชอบของรัฐ ให้ทุกคนแก่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีและได้รับการดูแลที่มีคุณภาพ

การสื่อสารเชิงโน้มน้าว (Persuasive Message): เราจะเปลี่ยนความกังวลในวัยเกษียณให้เป็นความมั่นคงของชีวิต พรรคประชาชนมุ่งสร้างระบบที่รัฐโอบอุ้มทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นภาระของครอบครัวฝ่ายเดียว เรารู้อยู่แล้วว่าการฝากชีวิตไว้กับโชคชะตาไม่ใช่ทางออก เราจะสร้างงานและรายได้ที่มั่นคงให้กับผู้ดูแลในชุมชน เพื่อให้คนไทยทุกคนเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพใกล้บ้าน และมีเวลาคุณภาพกับครอบครัวโดยไม่ต้องแลกด้วยความมั่นคงทางเศรษฐกิจ


💡 สรุปคำตอบเชิงกลยุทธ์

พรรคประชาชนเสนอการปฏิรูประบบสาธารณสุขปฐมภูมิและการดูแลระยะยาว (Long Term Care) เพื่อรับมือสังคมสูงวัยระดับลึก โดยเน้นการสร้าง "แนวหน้าสุขภาพ" มืออาชีพแทนระบบอาสาสมัครแบบเดิม จัดตั้งกองทุนที่ให้สิทธิผู้ป่วยเลือกบริการเอง (Voucher) และแก้ไขกฎหมายแรงงานเพื่อรองรับโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนไป

🎯 ประเด็นสำคัญที่ต้องสื่อสาร

  1. สร้างแนวหน้าสุขภาพเฉพาะทาง 100,000 ตำแหน่ง รายได้ 8,000 - 10,000 บาท/เดือน
  2. กองทุนดูแลระยะยาว (LTC) 40,000 ล้านบาท ใช้ระบบเครดิตให้ผู้ป่วยเลือกบริการเองได้
  3. ลงทุน รพ.สต. และเครื่องมือแพทย์ทั่วประเทศรวม 50,000 ล้านบาทใน 4 ปี
  4. เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุถ้วนหน้าเป็น 1,500 บาท/เดือน ภายในปี 2573
  5. สิทธิลาไปดูแลคนรัก 15 วันทำงานต่อปี และจำกัดชั่วโมงทำงานบุคลากรสุขภาพไม่เกิน 60 ชม./สัปดาห์

⚠️ วิกฤตและปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข (What)

สถานการณ์ปัจจุบัน: ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับลึกและมีภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เพิ่มขึ้น ขณะที่ระบบปฐมภูมิและโครงสร้างครอบครัวปัจจุบันไม่สามารถรองรับการดูแลระยะยาวได้ ทำให้โรงพยาบาลขนาดใหญ่แบกรับภาระเกินกำลังและเกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการอย่างรุนแรง

🚀 ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Why)

ลดภาระโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เพิ่มคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ สร้างอาชีพที่มั่นคงในชุมชน และลดภาระทางเศรษฐกิจของครอบครัวที่ต้องออกจากงานมาดูแลผู้ป่วย

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบ: ผู้สูงอายุ, ผู้ป่วยภาวะพึ่งพิง/ติดเตียง, อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.), บุคลากรทางการแพทย์ และแรงงานในระบบที่ต้องดูแลครอบครัว

🛠 แนวทางและมาตรการของพรรค (How)

มาตรการหลัก:

  • ปฏิรูป อสม. เป็น 'แนวหน้าสุขภาพ' 100,000 คน โดยใช้ระบบจ่ายตามภาระงานจริง (Pay for Performance)
  • เปลี่ยนงบ สปสช. เป็นระบบวอยเชอร์ (Vouchers) ให้ผู้ป่วยพึ่งพิงเลือกใช้บริการที่บ้านหรือสถานประกอบการได้ตามสมัครใจ
  • อุดหนุนงบ 15,000 ล้านบาท/ปี บรรจุบุคลากร รพ.สต. ให้เต็มกรอบอัตรากำลัง
  • ผลักดันแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน เพื่อลดชั่วโมงทำงานและเพิ่มสิทธิวันลาดูแลคนรัก
  • นำ Medical AI มาใช้และจัดซื้อเครื่องมือวินิจฉัยพื้นฐานให้ครอบคลุม รพ.สต. ทั่วประเทศ

⏳ งบประมาณและกรอบเวลา

ทรัพยากรและงบประมาณ:

  • งบกองทุน LTC: 40,000 ล้านบาท (ปี 2569)
  • งบปรับปรุง รพ.สต.: 20,000 ล้านบาท
  • งบเครื่องมือแพทย์: 30,000 ล้านบาท (ใน 4 ปี)
  • งบปฏิรูปแนวหน้าสุขภาพ: 11,000 ล้านบาท/ปี

กรอบเวลาดำเนินการ:

  • เริ่มกองทุน LTC: ปี 2569
  • เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุครบ 1,500 บาท: ภายในปี 2573
  • ถ่ายโอน รพ.สต. และบรรจุบุคลากรครบ 80%: ภายใน 4 ปี

📂 ที่มาและแหล่งอ้างอิง (Sources)

🔗 ข้อมูลเพิ่มเติม